ข้อควรรู้ก่อนซื้อ กระบอกน้ำสเตนเลสสูญญากาศ

กระบอกน้ำ ผลิตจาก “สเตนเลส” ประเภทใด

คนโดยทั่วไปจะไม่ทราบว่า “สเตนเลส” หรือ เหล็กกล้าไร้สนิม มีกี่ประเภท และมักจะมีการเข้าใจผิดว่า สเตนเลสแท้ต้องแม่เหล็กดูดไม่ติด แต่จริงๆ แล้วการที่แม่เหล็กจะดูดติดหรือไม่ติดนั้นขึ้นอยู่กับประเภทของ สเตนเลส โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มพื้นฐาน ได้ 5 กลุ่มคือ ออสเทนนิติค, เฟอริติค, ดูเพล็กซ์, มาร์เทนซิติก และ กลุ่มเพิ่มความแข็งโดยวิธีการตกผลึก

ในบทความนี้จะกล่าวถึง สเตนเลส กลุ่ม ออสเทนนิติค หรือ เรียกอีกอย่างว่า สเตนเลสตระกูล 300 เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมใช้มากที่สุด มีคุณสมบัติที่แม่เหล็กดูดไม่ติด ประกอบด้วยโครเมียม 16% คาร์บอนอย่างมากที่สุด 0.15% มีส่วนผสมของธาตุนิกเกิล 8% เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติในการทำการประกอบ และเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อน เกรดที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายและนิยมเรียก 18/8 คือการที่มีส่วนผสมของโครเมียม 18% และนิกเกิล 8% เพื่อเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อน และทำให้เชื่อมหรือขึ้นรูปได้ง่าย

กระบอกน้ำ ผลิตจากสเตนเลสตระกูล 300

ทาง bottlememarket.com ขอสรุปและยกตัวอย่างสเตนเลสเฉพาะที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตกระบอกน้ำสเตนเลส รวมถึงอุตสาหกรรมอาหารและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยในบทความนี้จะกล่าวถึงเฉพาะสเตนเลสที่อยู่ใกล้ตัวเราหรือที่เป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตประจำวัน ขณะที่เราไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก

สเตนเลสตระกูล 300 คือ สเตนเลสที่มีโค๊ดตัวเลข ขึ้นต้นด้วยเลข 3 ได้แก่ 301 / 302 / 303 / 303SE / 304 / 304L / 304N / 304H / 305 / 316 / 316L / 308 / 308L / 309 / 310 / 317 / 317L / 321 / 329 / 347 ฯลฯ ขอยกตัวอย่างไว้เท่านี้ครับ สเตนเลสในกลุ่มนี้จะเพิ่มธาตุนิเกิลผสมเข้ากับเหล็ก ทำให้องค์ประกอบของสเตนเลสเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายใน ผลลัพธ์ที่ได้คือ สเตนเลสในกลุ่มนี้จะไม่ตอบสนองกับแรงดูดของแม่เหล็ก เมื่ออยู่ในสภาพปกติ แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสภาพ เช่น การตัด การเชื่อม การเจียร การดัดโค้ง รวมถึงการปั้มขึ้นรูป ซึ่งจะทำให้บริเวณที่เกิดการกระทำดังกล่าว เกิดปฎิกริยาตอบสนองกับแรงแม่เหล็กได้ แต่จะไม่แรงเท่ากับ เมื่อนำแม่เหล็กไปดูดกับสเตนเลสในตระกูล 400 และสเตนเลสในตระกูล 300 นี้ จะใช้ในลักษณะงานทั่วไปอย่างแพร่หลาย โดยมีเปอร์เซ็นต์ของคาร์บอนน้อยกว่า 0.1% และมีส่วนผสมของนิเกิล ขึ้นอยู่กับว่าเป็นสเตนเลสเกรดใด ข้อดีของสเตนเลสตระกูลนี้ คือ มีความสามารถในการขึ้นรูปได้ดีมาก มีความปลอดภัยในการนำมาทำบรรจุภัณฑ์เกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม ( Food Grade )  รวมถึงอุปกรณ์การแพทย์

  • สเตนเลส 301 เป็นสแตนเลสที่ใช้คาร์บอนเป็นส่วนประกอบ 0.15%  โครเมี่ยม 16 – 18%  นิเกิล 6 – 8%  เหมาะกับงานสปริง คอนแทค สายพานลำเลียง
  • สเตนเลส 304 เป็นสแตนเลสที่ใช้คาร์บอนเป็นส่วนประกอบ 0.08%  โครเมี่ยม 18 – 20%  นิเกิล 8 – 10.5%  เป็นสเตนเลสพื้นฐานใช้งานทั่วไปหรือใช้ตกแต่งเพื่อความสวยงาม ป้องกันสนิมได้เป็นอย่างดี ทนต่อการกัดกร่อนสูง ง่ายต่อการขึ้นรูปและเชื่อมได้ดี เหมาะสำหรับนำมาผลิต กระบอกน้ำสเตนเลส กระบอกน้ำสูญญากาศ และ แก้วฝาปิดสเตนเลส หรือ บรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม
  • สเตนเลส 304L เป็นสเตนเลสเบอร์ 304 ที่ใช้คาร์บอนเป็นส่วนประกอบน้อยลงมา คือ 0.03%  โครเมี่ยม 18 – 20%  นิเกิล 9 – 13% ใช้กับงานเชื่อมได้ดีกว่า ไม่เป็นสนิม และเหมาะสำหรับงานแท้งค์ประเภทต่างๆ
  • สเตนเลส 309/309S  ใช้เกี่ยวกับงานทนความร้อนสูงไม่เกิน 900 องศา แต่น้อยกว่า 310/310S
  • สเตนเลส 310 / 310S  เป็นสแตนเลสที่ใช้คาร์บอนเป็นส่วนประกอบ 0.03%  โครเมี่ยม 24 – 26%  นิเกิล 19 – 22%  เหมาะกับงานทนความร้อนสุง 1,150 องศา งานเตาอบ เตาหลอม ฉนวนกั้นความร้อน
  • สเตนเลส 316 เป็นสเตนเลสที่ใช้ป้องกันการเกิดสนิมได้เป็นอย่างดี ใช้กับงานทนกรด ทนเคมี หรือเป็นเกรดที่มีปฏิกิริยากับกรดน้อย เหมาะสำหรับใช้งานในอุตสาหกรรม
  • สเตนเลส 316L เป็นสเตนเลสเบอร์ 316 ที่ใช้คาร์บอนเป็นส่วนประกอบน้อยลงมา คือ 0.03%  โครเมี่ยม 16 – 18%  นิเกิล 12 – 15%  โมลิเดนั่ม 2 – 3%  ใช้กับงานทนกรดที่เข้มข้นมากกว่า ทนเคมีมากกว่า หรือเป็นเกรดที่มีปฏิกิริยากับกรดน้อยมาก (มีความทนกรดมากกว่า)

สแตนเลสขึ้นสนิมได้หรือไม่ ?

Stainless steel สามารถเกิดสนิมได้ ในกรณีที่ถูกกรด ด่าง หรือไอระเหยของกรดและด่าง ในปริมาณมาก ปัญหาที่พบโดยส่วนใหญ่กับการเกิดสนิมในผลิตภัณฑ์สเตนเลส เกรด 304

ปัญหาที่ 1 การใช้น้ำยาล้างห้องน้ำที่มีกรดไฮโดรคลอริค ราดไปที่อุปกรณ์โดยตรง หรือ จากไอระเหยเมื่อมีการราดน้ำยาล้างห้องน้ำทิ้งไว้

ปัญหาที่ 2 การติดตั้งอุปกรณ์ในพื้นที่ที่มีการก่อสร้าง และในงานนั้นๆมีการใช้ปูนซีเมนต์ ละอองของผงปูน หรือน้ำปูนที่ใช้ในการทำงานนั้น เมื่อมากระทบและเกาะบนพื้นผิวสเตนเลสเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดสนิมขึ้นที่สเตนเลสได้

ปัญหาที่ 3 แหล่งน้ำที่ใช้เป็นน้ำบาดาล ทำให้เกิดคราบของน้ำ หรือตะกรันเกาะที่พื้นผิวของสเตนเลสได้ เพราะน้ำบาดาลจะมีส่วนผสมของสารละลายหินปูน และสนิมเหล็กจำนวนมากปะปนอยู่ในน้ำ

ปัญหาที่ 4 การใช้อุปกรณ์ในพื้นที่ติดน้ำทะเล หรือในพื้นที่ที่มีไอเค็มจากน้ำทะเล

วิธีการแก้ไขคราบเบื้องต้น

  • ให้ใช้น้ำสะอาด ชำระล้างน้ำยา หรือละอองต่างๆที่มาเกาะบนพื้นผิวของสเตนเลส ให้ออกให้หมด หลังจากนั้นใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง เพื่อป้องกันการเกิดสนิม หรือคราบต่างๆ บนสเตนเลส
  • หากเกิดคราบน้ำขึ้น ให้นำสก๊อตไบรท์นุ่มๆ (หรือสก๊อตไบรท์ที่ผ่านการใช้งานมาแล้วระยะหนึ่ง) ขัดที่ผิวของสินค้าในบริเวณที่เกิดคราบ โดยขัดตามแนวขวาง ตามผิวด้านเดิม
  • หากมีคราบจำนวนมากและฝังแน่น ให้ใช้น้ำส้มสายชูช่วยในการขัด และล้างออกด้วยน้ำสะอาดหลายๆ และใช้ผ้านุ่มสะอาดๆเช็ดให้แห้ง

* น้ำสะอาดในที่นี้ หมายถึง น้ำประปา หรือ ถ้าเป็นน้ำบาดาล ควรเป็นน้ำที่ผ่านการกรองจากเครื่องกรองน้ำดื่ม

วิธีการใช้งาน กระบอกน้ำสเตนเลสสูญญากาศ

  • กระบอกน้ำสเตนเลสสูญญากาศ ที่ได้มาใหม่ ควรจะฆ่าเชื้อด้วยน้ำร้อนผสมเม็ดทำความสะอาดฟันปลอม ส่วนใหญ่มีโวเดียมไบคาร์บอเนต (เบคกิ้งโซดา) เทลงไปในตัวกระบอกน้ำ ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง เสร็จแล้วล้างกระบอกน้ำด้วยน้ำเปล่าซ้ำๆประมาณ 2-3 ครั้งเพื่อความสะอาด และทิ้งไว้ให้แห้ง
  • ไม่ควรใส่ผลิตภัณฑ์ประเภทนม / น้ำผลไม้และเครื่องดื่มอัดลม เป็นเวลานาน
  • การพกกระบอกน้ำ จะต้องทำการตรวจสอบ stopper ให้อยู่ในสภาพปกติและปิดได้สนิท เพื่อป้องกันการรั่วซึม
  • ควรระมัดระวังอย่าให้กระบอกน้ำหล่นหรือกระแทก เพราะอาจส่งผลให้กระบอกน้ำบุบหรือชำรุดและประสิทธิภาพการใช้งานเสื่อมลง
  • การเติมน้ำลงใน กระบอกสเตนเลสสูญญากาศ จะต้องเติมน้ำให้ต่ำกว่าจุดขอบยางประมาณ 1 เซนติเมตร เพื่อป้องกันน้ำร้อน หรือ น้ำเย็นที่ใส่ลงไปสัมผัส stopper กับขอบยาง ซึ่งทำให้สูญเสียการเก็บรักษาอุณหภูมิ และช่วยยืดอายุการใช้งานของยางกันซึม
  • ไม่ควรใส่โซดา หรือ น้ำแข็งแห้งลงใปในกระบอกน้ำ เพราะอาจทำให้เกิดก๊าซในกระบอกน้ำมากเกินไป ส่งผลให้อาจเกิดแรงดันจนไม่สามารถเปิดกระบอกน้ำได้
  • หลังการบรรจุเครื่องดื่มประเภทน้ำหวาน ควรทำความสะอาดในทันที เพื่อป้องกันมีกลิ่นตกค้าง


กลับสู่หน้าแรกบริการ รับผลิตกระบอกน้ำ

มารู้จัก สเตนเลส กับ กระบอกน้ำ

สเตนเลส หรือ เหล็กกล้า

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ”สเตนเลส” ก่อน ว่ามีส่วนผสมอะไรบ้าง แค่พอเป็นความรู้ในการเลือกใช้สแตนเลสให้เหมาะกับวัตถุประสงค์หรือการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากสเตนเลส (ไม่ถึงกับต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์นะครับ) สเตนเลส (Stainless steel) หรือ เหล็กกล้าไร้สนิม คือ เหล็กที่มีปริมาณคาร์บอนน้อยกว่าหรือต่ำกว่า 2% ของน้ำหนัก และมีส่วนผสมของโครเมียมอย่างน้อยที่สุด 10.5% ขึ้นไป จะทำให้กลายเป็น เหล็กกล้า ที่มีความสามารถต้านทานการเกิดสนิมได้ สาเหตุมาจากการทำปฏิกิริยากันระหว่าง ออกซิเจนในอากาศกับโครเมียมในเนื้อสเตนเลส เกิดเป็นฟิล์มบางๆเคลือบผิวไว้ ทำหน้าที่ปกป้องการเกิดความเสียหายให้กับตัวเนื้อสเตนเลสได้เป็นอย่างดี ปกป้องการกัดกร่อน และไม่ชำรุดหรือสึกกร่อนง่ายอย่างโลหะทั่วไป


ประเภทของสแตนเลส

คนโดยทั่วไปจะไม่ทราบว่าสเตนเลสมีกี่ประเภท และมักจะมีการเข้าใจผิดว่าสเตนเลสแท้ต้องแม่เหล็กดูดไม่ติด แต่จริงๆแล้วการที่แม่เหล็กจะดูดติดหรือไม่ติดนั้นขึ้นอยู่กับประเภทของสเตนเลส สเตนเลสแบ่งออกเป็นกลุ่มพื้นฐาน ได้ 5 กลุ่ม คือ ออสเทนิติค, เฟอริติค, ดูเพล็กซ์, มาร์เทนซิติค และ กลุ่มเพิ่มความแข็งโดยการตกผลึก

  • กลุ่มออสเทนิติค หรือ สเตนเลสตระกูล 300
    มีคุณสมบัติที่แม่เหล็กดูดไม่ติด มีส่วนผสมของโครเมียม 16% คาร์บอนอย่างมากที่สุด 0.15% และมีส่วนผสมของธาตุนิกเกิล 8% ทำให้สามารถต้านทานการกัดกร่อนได้ดี เกรดที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายและนิยมเรียก 18/10 คือ การที่มีส่วนผสมของโครเมียม 18% และนิกเกิล 10% ดังนั้นทาง bottlememarket.com จึงนำสแตนเลสกลุ่มออสเทนิติคมาเป็นวัตถุดิบในการผลิต กระบอกน้ำสเตนเลส กระบอกน้ำสูญญากาศ แก้วฝาปิด รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เป็นสเตนเลสทั้งหมด
  • กลุ่มเฟอริติค แม่เหล็กดูดติด มีธาตุคาร์บอนผสมปริมาณที่ต่ำ และมีโครเมียมเป็นธาตุผสมหลักที่สำคัญอาจอยู่ระหว่าง 10.5%-27% และมีนิกเกิลเป็นส่วนผสมอยู่น้อยมากหรือไม่มีเลย
  • กลุ่มมาร์เทนซิติค แม่เหล็กดูดติด มีส่วนผสมของโครเมียม 12-14% และมีธาตุคาร์บอนผสมอยู่ปานกลาง มีโมลิบดีนัมเป็นส่วนผสมอยู่ประมาณ 0.2-1% ไม่มีนิกเกิล สเตนเลสตระกูลนี้สามารถปรับความแข็งได้โดยการให้ความร้อนแล้วทำให้เย็นตัวอย่างรวดเร็ว และอบคืนตัว สามารถลดความแข็งได้ คล้ายกับเหล็กกล้าคาร์บอน
  • กลุ่มดูเพล็กซ์  มีโครงสร้างผสมระหว่าง โครงสร้างเฟอริติค และออสเทนิติคซึ่งนำข้อดีของทั้งสองกลุ่มมารวมกัน  มีโครเมียมเป็นธาตุผสมอยู่ระหว่าง 19-28% และโมลิบดินัมสูงกว่า  5% และมีนิกเกิลผสมอยู่ 4.5 – 8% น้อยกว่าตระกูลออสเทนิติค เพื่อวัตถุประสงค์ของการใช้งานเฉพาะเจาะจงบางประเภท ซึ่งไม่ค่อยมีการผลิตมากนัก
  • กลุ่มเพิ่มความแข็งโดยการตกผลึก เกรดที่เป็นที่รู้จักในตระกูลนี้ คือ 17-4H  ซึ่งมีส่วนผสมของโครเมียม 17% และนิกเกิล  4% สามารถเพิ่มความแข็งแรงได้โดยกลไกเพิ่มความแข็งจากการตกผลึก โดยสามารถเพิ่มความแข็งแรงได้สูงมาก เช่น ยานอวกาศ

กลับสู่หน้าแรกบริการ รับผลิตกระบอกน้ำ

มารู้จัก BPA กับ กระบอกน้ำ

BPA คือ อะไร

Bisphenol A (2-4) หรือที่คนทั่วไปรู้จักเรียกว่า  BPA  เป็นสารเคมีประกอบหนึ่งในวัตถุที่เรียกว่า โพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate – Plastic) ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตขวดนม กระบอกน้ำดื่มมานาน โดยสารนี้มีคุณสมบัติช่วยให้ขวดนมหรือ กระบอกน้ำ มีความแข็งแรง ใส ไม่แตกง่าย แต่เมื่อนำขวดนมหรือ กระบอกน้ำพลาสติก มาผ่านความร้อนด้วยการต้ม นึ่ง หรือสเตอริไลซ์พลาสติก จะทำให้สารเคมีหลุดและร่อนออกมาปะปนในอาหาร การบริโภคอาหารจากบรรจุภัณฑ์เหล่านั้นก็มีโอกาสจะได้รับสาร BPA เข้าไปโดยไม่รู้ตัว ต่อมาได้มีการศึกษาวิจัยและตรวจพบว่าสารชนิดนี้สามารถหลุดลอกออกมาจากขวดนม กระบอกน้ำดื่มได้ หากมีการแตกร้าว เสื่อมคุณภาพ และอยู่ในอุณหภูมิความร้อนสูง ๆ เช่น ระหว่างการต้ม หรือนึ่ง ปัจจุบันวัตถุดิบทางเลือกที่มาทดแทนการใช้ผลิต กระบอกน้ำพลาสติก มีหลายชนิด แต่วัตถุดิบที่ปลอดภัยที่สุดในขณะนี้คือ tritan และ pp


อันตรายของ BPA

  • มีผลต่อการสร้างเซลล์สมอง ระบบประสาท ความทรงจำ การเรียนรู้
  • มีผลต่อฮอร์โมนการเจริญเติบโต และการสืบพันธุ์ ทำให้เด็กเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วเกินไป
  • เด็กมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคอ้วน และไฮเปอร์แอคทีฟ
  • ก่อให้เกิดความเสี่ยงโรคเบาหวาน และโรคหัวใจ
  • ยิ่งสะสมในร่างกายมากเท่าใด ก็จะยิ่งไปลดศักยภาพการทำงานของร่างกายมากขึ้น
  • ที่สำคัญคือ เด็กทารก เมื่อได้รับสาร BPA ก็จะส่งผลกระทบที่รุนแรงมากกว่าในเด็กโต หรือผู้ใหญ่

การป้องกัน BPA ไม่ให้เข้าสูร่างกายของเรา

  • ในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกให้ปลอดภัยอาจให้สังเกตจากสัญลักษณ์ BPA free
  • อย่าให้ความร้อนแก่อาหารหรือเครื่องดื่ม ที่บรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์พลาสติกหรือ กระบอกน้ำพลาสติก เพราะจะทำให้ขบวนการกรองสารพิษออกมา
  • เวลาล้าง กระบอกน้ำ หรือผลิตภัณฑ์พลาสติกให้หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาล้างที่แรงและน้ำร้อน เช่น ผงซักฟอก

BPA-Free คือ สัญลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยไม่ใช้สาร BPA นั่นเอง ซึ่งทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า กระบอกน้ำ หรือ ผลิตภัณฑ์พลาสติกจะไม่มีสาร BPA ปะปนลงไปในอาหารและเครื่องดื่ม…………..by bottlememarket.com


กลับสู่หน้าแรกบริการ รับผลิตกระบอกน้ำ

การเลือกซื้อกระบอกน้ำ แก้วน้ำ พลาสติก

การเลือกซื้อกระบอกน้ำ แก้วน้ำ พลาสติก

หลังจากทำความรู้จักกับประเภทของพลาสติกแล้ว เราควรเลือก กระบอกน้ำ แก้วน้ำ ที่ทำจากพลาสติกประเภทไหนดี จึงปลอดภัยกับสุขภาพของตัวคุณและคนที่คุณมอบให้ ทาง bottlememarket.com ขอสรุปเพื่อเป็นประโยชน์กับผู้ที่กำลังมองหากระบอกน้ำดีๆ สักใบ

สำหรับกระบอกน้ำถ้าหากพูดถึงเจ้าของสิ่งนี้ทุกคนย่อมนึกถึงอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับใส่น้ำเพื่อเอาไว้ติดตัวพกพาไปดื่มในสถานที่ต่างๆได้ แต่ว่าแท้จริงแล้วนอกจากการซื้อมาใช้งาน กระบอกน้ำยังสามารถซื้อมาหรือสั่งทำให้กลายเป็น กระบอกน้ำพรีเมี่ยม ส่งมอบให้เป็นของขวัญกับคนสำคัญหรือเหตุการณ์สำคัญต่างๆในชีวิตได้เป็นอย่างดี และกระบอกน้ำที่เรามักพบเห็นหรือเคยซื้อกันเป็นประจำก็จะเป็นกระบอกน้ำแบบขวดพลาสติก ดีไซน์ที่ออกมาสวย แต่หารู้ไหมว่าแท้จริงแล้วกระบอกน้ำที่เรานิยมพกพาไปไหนมาไหน มีคุณสมบัติให้เลือกซื้อมากกว่านั้นและมีข้อควรรู้สำหรับคนที่คิดจะซื้อกระบอกน้ำพลาสติก อีกด้วยว่าซื้อแบบไหนจึงจะเหมาะกับการใช้งาน หรือ ว่านำมาใช้งานได้คุ้มค่าเกินราคา

ก่อนอื่นต้องรู้จักวัสดุที่ถูกนำมาผลิตเป็น กระบอกน้ำพลาสติก แก้วน้ำพลาสติก แต่ละชนิดก่อนว่าผลิตจากพลาสติกประเภทใดและต่างกันอย่างไร ทั้งๆที่ประเด็นหลัก ก็คือ คุณสมบัติการใช้งานและดีไซน์สวยงาม กระบอกน้ำพลาสติกแต่ละแบบ ที่ผลิตออกมาแตกต่างกันนั้นมีการจำกัดความในเรื่องของคุณสมบัติและคุณประโยชน์การใช้งานของผลิตภัณฑ์เอาไว้ต่างกัน ซึ่งใครที่กำลังเลือกซื้อกระบอกน้ำหรือกำลังหาข้อมูลอยู่ ก็จะแยกข้อแตกต่างได้ดังนี้

โพลีโพรพิลีน (Polypropylene) เรียกย่อว่า PP

  • โพลีโพรพิลีน ขึ้นรูปโดยการหลอมเม็ดพลาสติก PP food grade แล้วยิงขึ้นรูป เป็นพลาสติกความหนาแน่นค่อนข้างต่ำ ทนความร้อนดี คงรูปดี เหนียว ทนแรงกระแทกได้ดี ทนต่อสารเคมีและน้ำมัน มีน้ำหนักเบา สามารถลอยน้ำได้  ในกรณีที่ไม่ได้ผสมสี พลาสติก PP จะมีลักษณะขาวขุ่น ไม่ทึบแสง แต่ก็ไม่ใส นิยมใช้ทำถุงร้อน ขวดน้ำ ขวดนม กระบอกน้ำพลาสติก ถ้วยบะหมี่ หรือ โจ๊กกึ่งสำเร็จรูป กล่องบรรจุอาหาร เป็นต้น เพราะทนความร้อนได้สูง และสามารถบรรจุผลิตภัณฑ์อาหารขณะที่ร้อนได้ (100-121 องศาเซลเซียส) สามารถเข้าไมโครเวฟได้

ข้อจำกัดการใช้

  • ไม่ทนต่อความเย็น ไม่เหมาะกับอาหารแช่เยือกแข็ง สามารถบรรจุอาหารเย็นได้เพียง 0 องศาเซลเซียส
  • สามารถติดไฟได้ง่าย จึงต้องมีการเติมสารหน่วงไฟเพื่อป้องกันการติดไฟในกระบวนการผลิต ซึ่งสารหน่วงไฟที่เติมจะเป็นพวกโบรมิเนเตตและคลอริเนเตต สารกลุ่มนี้ถ้าไหม้ไฟแล้วจะให้สารไดออกซิน (dioxin) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง
  • สารเม็ดสีที่มีตะกั่วและแคดเมียม ซึ่งผสมลงไปเพื่อทำให้พลาสติกมีสีต่าง ๆ ตะกั่วและแคดเมียมสามารถแพร่กระจายออกมาจากพลาสติกได้

โพลีคาร์บอนเนต (Polycarbonate) เรียกย่อว่า PC

  • เนื่องจาก โพลีคาร์บอเนต เป็นพลาสติกที่มีลักษณะใส แข็ง ทนทานต่อแรงกระแทก และทนความร้อน จึงนำมาทำเป็นภาชนะบรรจุอาหารที่สามารถเก็บในตู้เย็นและนำเข้าไมโครเวฟได้ด้วย เช่น กระบอกน้ำ เหยือกน้ำ ขวดน้ำขนาดบรรจุ 5 ลิตร ขวดน้ำนักกีฬา ขวดนม รวมทั้งจำพวกถ้วย ช้อนส้อม มีดชนิดใส

ข้อจำกัดการใช้

  • ไม่ควรนำมา ต้ม, นึ่ง หรือ สเตอริไลซ์ พลาสติก PC**
  • ไม่ทนต่อด่าง เช่น น้ำเกลือ หรือ ทินเนอร์

Tritan เป็นพลาสติกชนิดใหม่ที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท Eastman Chemical ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ระดับโลก ซึ่งเป็นพลาสติกที่มีความแข็งแรง ใสเหมือนแก้ว แต่ปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งไร้สาร BPA ดังนั้น กระบอกน้ำ แก้วน้ำ ของ bottlememarket จะทำมาจากพลาสติก Tritan™ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้บริโภค…….Beyond BOTTLES


กลับสู่หน้าแรกบริการ รับผลิตกระบอกน้ำ

เทอร์โมเซตติงพลาสติก

ชนิดของพลาสติกใน ตระกูลเทอร์โมเซตติงพลาสติก ได้แก่

  1. เมลามีน ฟอร์มาลดีไฮด์ มีสมบัติทางเคมีทนแรงดันได้ 7,000-135,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ทนแรงอัดได้ 25,000-50,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ทนแรงกระแทกได้ 0.25-0.35 ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ทนความร้อนได้ถึง 140 องศาเซลเซียส และทนปฏิกิริยาเคมีได้ดี เกิดคราบและรอยเปื้อนยาก เมลามีนใช้ทำภาชนะบรรจุอาหารหลายชนิด และนิยมใช้กันมาก มีทั้งที่เป็นสีเรียบและลวดลายสวยงาม ข้อเสียคือ น้ำส้มสายชูจะซึมเข้าเนื้อพลาสติกได้ง่าย ทำให้เกิดรอยด่าง แต่ไม่มีพิษภัยเพราะไม่มีปฏิกิริยากับพลาสติก
  2. ฟีนอลฟอร์มาดีไฮต์ มีความต้านทานต่อตัวทำละลายสารละลายเกลือและน้ำมัน แต่พลาสติกอาจพองบวมได้เนื่องจากน้ำหรือแอลกอฮอล์ พลาสติกชนิดนี้ใช้ทำฝาจุกขวดและหม้อ
  3. อีพ็อกซี ใช้เคลือบผิวของอุปกรณ์ภายในบ้านเรือน และท่อเก็บก๊าซ ใช้ในการเชื่อมส่วนประกอบโลหะ แก้ว และเซรามิก ใช้ในการหล่ออุปกรณ์ที่ทำจากโลหะและเคลือบผิวอุปกรณ์ ใช้ใส่ในส่วนประกอบของอุปกรณ์ไฟฟ้า เส้นใยของท่อ และท่อความดัน ใช้เคลือบผิวของพื้นและผนัง ใช้เป็นวัสดุของแผ่นกำบังนิวตรอน ซีเมนต์ และปูนขาว ใช้เคลือบผิวถนน เพื่อกันลื่น ใช้ทำโฟมแข็ง ใช้เป็นสารในการทำสีของแก้ว
  4. พอลิเอสเตอร์ กลุ่มของพอลิเมอร์ที่มีหมู่ เอสเทอร์ (-O•CO-) ในหน่วยซ้ำเป็นพอลิเมอร์ที่นำมาใช้งานได้หลากหลาย เช่น ใช้ทำพลาสติกสำหรับเคลือบผิว ขวดน้ำ เส้นใย ฟิล์มและยาง เป็นต้น ตัวอย่างพอลิเมอร์ในกลุ่มนี้ เช่น พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต พอลิบิวทิลีนเทเรฟทาเลต และพอลิเมอร์ผลึกเหลวบางชนิด
  5. ยูรีเทน ชื่อเรียกทั่วไปของ เอทิลคาร์บาเมต มีสูตรทางเคมีคือ NH2COOC2H5
  6. พอลิยูรีเทน พอลิเมอร์ประกอบด้วย หมู่ยูรีเทน เตรียมจากปฏิกิริยาระหว่าง ไดไอโซยาเนต กับ ไดออล หรือ ไทรออล ที่เหมาะสม ใช้เป็นกาว และ น้ำมันชักเงา พลาสติกและยาง ชื่อย่อคือ PU

กลับสู่หน้าแรกบริการ รับผลิตกระบอกน้ำ

เทอร์โมพลาสติก

ชนิดของพลาสติกใน ตระกูลเทอร์โมพลาสติก ได้แก่

  1. พลาสติกนั้น มีชื่อว่า โพลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต เรียกโดยย่อว่า เพ็ต ( PET  หรือ  PETE ) ที่เรียกกันทั่วไปว่า “ขวดเพ็ต” เป็นพลาสติกใส แข็ง ทนแรงกระแทกดี ไม่เปราะแตกง่าย และกันแก๊สซึมผ่านดี จึงนิยมใช้ทำกระบอกน้ำ ขวดน้ำดื่ม ขวดน้ำอัดลม และขวดน้ำมันพืช โดยทั่วไป สามารถใช้ในอุณหภูมิ -20 ˚C ถึง ไม่เกิน 60 – 70 ˚C  **ไม่สามารถใส่น้ำที่มีอุณหภูมิสูงได้**
  2. พลาสติกนั้น มีชื่อว่า โพลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง เรียกโดยย่อว่า เอชดีพีอี (HDPE) เป็นพลาสติกความหนาแน่นสูง ค่อนข้างแข็งแต่ยืดได้มาก เหนียวไม่แตกง่าย ขึ้นรูปง่าย มักมีสีสันสวยงาม และทนสารเคมี จึงนิยมใช้ทำขวดแชมพูสระผม กระป๋องแป้งเด็ก ภาชนะบรรจุน้ำยารีดผ้า รวมทั้งขวดบรรจุนม ซึ่งจักช่วยยืดอายุของนมให้ยาวนานขึ้น เพราะป้องกันความชื้นซึมผ่านได้อย่างดีเยี่ยมโดยทั่วไป สามารถใช้ในอุณหภูมิ -20 ˚C ถึง ไม่เกิน 110˚C
  3. พลาสติกนั้นมีชื่อว่า โพลิไวนิลคลอไรด์ เรียกโดยย่อว่า พีวีซี (PVC) มี 2 ลักษณะ “หาก แข็ง” จะนิยมใช้ทำท่อ เช่น ท่อน้ำประปา ทำเลียนแบบไม้ เป็นประตู หน้าต่าง และวงกบ “แต่หาก นิ่ม” มักจะใช้ทำฉนวนหุ้มสายไฟฟ้า สายยางใส แผ่นฟิล์มสำหรับห่ออาหาร ม่านในห้องอาบน้ำ แผ่นกระเบื้องยาง แผ่นพลาสติกปูโต๊ะ และขวดใส่แชมพูสระผม ไม่ควรรับประทานอาหารที่ใช้บรรจุภัณฑ์จากพลาสติกประเภทนี้ เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายกับมนุษย์ได้ **จึงไม่นำมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร**
  4. พลาสติกนั้นมีชื่อว่า โพลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ เรียกโดยย่อว่า แอลดีพีอี (LDPE) เป็นพลาสติกความหนาแน่นต่ำ นิ่ม เหนียว ยืดตัวได้มาก ใส ทนทาน แต่ทนร้อนไม่ดีนัก จึงนิยมใช้ทำแผ่นฟิล์ม ถุงพลาสติก (เช่น ถุงเย็นบรรจุอาหาร) ฟิล์มสำหรับห่ออาหาร ห่อของ หลอดโฟมล้างหน้า และหลอดครีมนวดผม พลาสติกนี้นำกลับใช้ใหม่เพื่อผลิตเป็นถุงดำใส่ขยะหรือถังขยะ  ไม่ควรรับประทานอาหารที่ใช้บรรจุภัณฑ์จากพลาสติกประเภทนี้ **เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายกับมนุษย์ได้ จึงไม่นำมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร**
  5. พลาสติกนั้นมีชื่อว่า โพลิโพรพิลีน เรียกโดยย่อคือ พีพี (PP) เป็นพลาสติกความหนาแน่นค่อนข้างต่ำ ทนความร้อนดี คงรูปดี เหนียว ทนแรงกระแทกได้ดี ทนต่อสารเคมีและน้ำมัน ใสพอสมควร จึงนิยมใช้ทำถุงร้อน ขวดน้ำ ขวดนมเด็ก กระบอกน้ำ ถ้วยบะหมี่หรือโจ๊กกึ่งสำเร็จรูป กล่องบรรจุอาหาร และกระบอกสำหรับใส่น้ำแช่เย็น เป็นต้น โดยทั่วไป สามารถใช้ในอุณหภูมิ -20 ˚C ถึง ไม่เกิน 120˚C
  6. พลาสติกนั้นมีชื่อว่า โพลิสไตรีน เรียกโดยย่อว่า พีเอส (PS) มีหลายลักษณะ “หากเป็นพลาสติก ใส” จะเปราะและแตกง่าย แต่ราคาถูก จึงมักใช้ทำช้อน ถ้วยไอติม และตลับเทป “แต่หากเป็น โฟม” มักจะเป็นกล่อง หรือตัวกันกระแทกป้องกันสิ่งของมีค่าไม่ให้แตกหักเสียหายถ้าเป็นภาชนะสำหรับบรรจุอาหาร มักเป็นประเภทที่ใช้งานชั่วคราวหรือใช้แล้วทิ้ง
  7. พลาสติกนั้นมิได้มีการระบุชื่อจำเพาะ จึงใช้คำว่า Other พลาสติกนี้มิใช่พลาสติกชนิดใดชนิดหนึ่งใน 6 ชนิด ยอดนิยมที่กล่าวมาแล้ว พลาสติกในจำพวกนี้ เช่น โพลิคาร์บอเนต (PC), SAN, ABS, TRITAN

กลับสู่หน้าแรกบริการ รับผลิตกระบอกน้ำ

 

 

 

 

 

 

ประเภทของพลาสติก

ประเภทของพลาสติก

เรามาทำความรู้จักเกี่ยวกับประเภทของพลาสติก หากว่าคุณเคยสงสัยว่าพลาสติกมีกี่ประเภทกันแน่ และแต่ละประเภทเป็นอย่างไร และใช้ทำอะไรบ้างในอุตสาหกรรมต่างๆ วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับพลาสติกประเภทต่างๆ กัน พลาสติกแบ่งออกเป็น  2 ประเภท คือ เทอร์โมพลาสติก และ เทอร์โมเซตติงพลาสติก

  1. เทอร์โมพลาสติก  (Thermo plastic) หรือ เรซิน เป็นพลาสติกที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในโลก ได้รับความร้อนจะอ่อนตัว และเมื่อเย็นลงจะแข็งตัว สามารถเปลี่ยนรูปได้ พลาสติกประเภทนี้โครงสร้างโมเลกุลเป็นโซ่ตรงยาว มีการเชื่อมต่อระหว่างโซ่พอลิเมอร์น้อยมาก จึงสามารถหลอมเหลว หรือเมื่อผ่านการอัดแรงมากจะไม่ทำลายโครงสร้างเดิม ตัวอย่าง พอลิเอทิลีน พอลิโพรพิลีน พอลิสไตรีน มีคุณสมบัติพิเศษ คือ เมื่อหลอมแล้วสามารถนำมาขึ้นรูปกลับมาใช้ใหม่ได้ ชนิดของพลาสติกใน ตระกูลเทอร์โมพลาสติก  จึงเหมะสำหรับนำมาผลิตเป็น  “กระบอกน้ำพลาสติก
  2. เทอร์โมเซตติงพลาสติก (Thermosetting plastic) เป็นพลาสติกที่มีสมบัติพิเศษ คือ ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและทนปฏิกิริยาเคมีได้ดี เกิดคราบและรอยเปื้อนได้ยาก คงรูปหลังการผ่านความร้อนหรือแรงดันเพียงครั้งเดียว เมื่อเย็นลงจะแข็งมาก ทนความร้อนและความดัน ไม่อ่อนตัวและเปลี่ยนรูปร่างไม่ได้ แต่ถ้าอุณหภูมิสูงก็จะแตกและไหม้เป็นขี้เถ้าสีดำ พลาสติกประเภทนี้โมเลกุลจะเชื่อมโยงกันเป็นร่างแหจับกันแน่น แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลแข็งแรงมาก จึงไม่สามารถนำมาหลอมเหลวได้ กล่าวคือ เกิดการเชื่อมต่อข้ามไปมาระหว่างสายโซ่ของโมเลกุลของพอลิเมอร์ เหตุนี้หลังจาก พลาสติกเย็นจนแข็งตัวแล้ว จะไม่สามารถทำให้อ่อนได้อีกโดยใช้ความร้อน หากแต่จะสลายตัวทันทีที่อุณหภูมิสูงถึงระดับ การทำพลาสติกชนิดนี้ให้เป็นรูปลักษณะต่าง ๆ ต้องใช้ความร้อนสูง และโดยมากต้องการแรงอัดด้วย

กลับสู่หน้าแรกบริการ รับผลิตกระบอกน้ำ